ในระหว่างที่ผมนั่งชมการถ่ายทอดสดอยู่ ผมสังเกตเห็นว่าผู้ชมชาวจีนส่วนใหญ่ในห้องประชุมให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ กับรายการละครสั้นที่นำเสนอในปีนี้ เลยทำให้นึกถึงบทวิเคราะห์ที่นักวิชาการตะวันตกท่านหนึ่งเคยตั้งข้อสังเกตไว้เมื่อหลายปีก่อน (ชื่ออะไรผมก็จำไม่ได้แล้ว) ว่าหากต้องการทราบสภาพการณ์ทางสังคมในประเทศจีนแต่ละปี อาจสามารถวิเคราะห์ผ่านละครสั้นที่นำเสนอในงานฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ได้ ละครสั้นที่ว่านี้ ในภาษาจีนเรียกว่า “เสียวผิ่น” แปลตามตัวหนังสือหมายถึง สิ่งของชิ้นเล็ก แต่จริงๆแล้วหมายถึงรูปแบบละครสั้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะในการสื่อสารความกับผู้ชม ส่วนใหญ่จะมาในรูปละครชวนหัวดูเพื่อความบันเทิง โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับบทพูด และการแสดงออกของภาษากายและสีหน้า รวมแล้วต้องสามารถทำให้คนดูเข้าใจอย่างชัดเจนได้ในเวลาอันจำกัดว่าต้องการสะท้อนหรือเสียดสีสังคมในเรื่องอะไร (ผมเองพยายามจะสอบถามท่านผู้รู้เพื่อเทียบเคียงกับรูปแบบละครของไทย แต่ก็ไม่ได้คำตอบว่าควรจะแปลความหรือหาตัวอย่างที่ตรงๆของไทยมาเทียบได้อย่างไร) การแสดงละครสั้นแบบ “เสียวผิ่น” น่าจะมีประวัติความเป็นมายาวนานในสังคมจีน แต่เฉพาะที่กลายมาเป็นการแสดงไฮไลท์สำคัญในรายการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนทางทีวี จากการค้นคว้าอย่างเร่งด่วนของผม พบว่าเพิ่งเริ่มในปี 1992 นี้เอง กล่าวคือ เริ่มมีการจัดอันดับว่าละครสั้น “เสียวผิ่น” เรื่องใดได้รับความชื่นชอบมากที่สุด จากบรรดาละครสั้นนับร้อยเรื่องที่นำเสนอผ่านรายการพิเศษของสถานีช่องต่างๆในประเทศจีนช่วง 2-3 วันของปีใหม่ในแต่ละปี ดาราดังๆที่ประสบความสำเร็จได้รับความนิยมมากจนแจ้งยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ ชุมชนแห่งความรู้ด้านจีนศึกษา
ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ชุมชนวิชาการจีนศึกษา
ชุดโครงการวิจัยจีนศึกษานี้ นอกจากจะมุ่งสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ เพื่อให้ทันกับความจำเป็น และความต้องการของประเทศ ทั้งในแวดวงวิชาการชั้นสูงแล้ว ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ในการบูรณาการความรู้ เพื่อวางแผนการพัฒนาประเทศ "ชุดโครงการวิจัยจีนศึกษา" จึงเป็นการมุ่งเปิดมุมมองการศึกษา เกี่ยวกับมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในชนบทจีน ความเปลี่ยนแปลงอันเป็นผลจากการพัฒนาทางอุตสาหกรรม กระบวนการ นคราภิวัตร คู่ความสัมพันธ์และขัดแย้งระหว่างเมืองและชนบทของจีน ปัญหาทางเศรษฐกิจ และ การปรับตัวของทั้งเมือง ต่อชนบท และทั้งของชนบทต่อเมือง อันเป็นผลพวงจาก นโยบายปฏิรูปเปิดกว้างของรัฐบาลจีนในช่วงเกือบ30ปี ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบททางสังคมและการเมือง ซึ่งยังได้รับความสนใจศึกษาทางวิชาการไม่มากนัก ตลอดจนศึกษาผลกระทบจากการดำเนินนโยบายต่อภาคการเกษตรและการพัฒนาชนบทของจีนที่เกิดขึ้น การลงทุนภาคเกษตรของจีนในประเทศเพื่อนบ้าน ย่อมเลี่ยงไม่พ้นที่จะส่งผลต่อภาคการเกษตรและชนบทในภูมิภาคใกล้เคียง ในหลายกรณี การขยายตัวของสินค้าเกษตรส่งออกของจีน นโยบายแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำภาคเกษตร ในจีน ได้ส่งผลโดยตรงแล้วต่อเกษตรกรไทย ทั้งในเรื่องการตลาด ของสินค้าเกษตร ที่ทุ่มตลาดจากการเปิดเสรีทางการค้า ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการสร้างเขื่อน และสุขภาวะของชนบทไทยโดยรวม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งทำการศึกษาและทำความเข้าใจ
วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2555
ละครสั้นวันตรุษจีน
ในระหว่างที่ผมนั่งชมการถ่ายทอดสดอยู่ ผมสังเกตเห็นว่าผู้ชมชาวจีนส่วนใหญ่ในห้องประชุมให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ กับรายการละครสั้นที่นำเสนอในปีนี้ เลยทำให้นึกถึงบทวิเคราะห์ที่นักวิชาการตะวันตกท่านหนึ่งเคยตั้งข้อสังเกตไว้เมื่อหลายปีก่อน (ชื่ออะไรผมก็จำไม่ได้แล้ว) ว่าหากต้องการทราบสภาพการณ์ทางสังคมในประเทศจีนแต่ละปี อาจสามารถวิเคราะห์ผ่านละครสั้นที่นำเสนอในงานฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ได้ ละครสั้นที่ว่านี้ ในภาษาจีนเรียกว่า “เสียวผิ่น” แปลตามตัวหนังสือหมายถึง สิ่งของชิ้นเล็ก แต่จริงๆแล้วหมายถึงรูปแบบละครสั้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะในการสื่อสารความกับผู้ชม ส่วนใหญ่จะมาในรูปละครชวนหัวดูเพื่อความบันเทิง โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับบทพูด และการแสดงออกของภาษากายและสีหน้า รวมแล้วต้องสามารถทำให้คนดูเข้าใจอย่างชัดเจนได้ในเวลาอันจำกัดว่าต้องการสะท้อนหรือเสียดสีสังคมในเรื่องอะไร (ผมเองพยายามจะสอบถามท่านผู้รู้เพื่อเทียบเคียงกับรูปแบบละครของไทย แต่ก็ไม่ได้คำตอบว่าควรจะแปลความหรือหาตัวอย่างที่ตรงๆของไทยมาเทียบได้อย่างไร) การแสดงละครสั้นแบบ “เสียวผิ่น” น่าจะมีประวัติความเป็นมายาวนานในสังคมจีน แต่เฉพาะที่กลายมาเป็นการแสดงไฮไลท์สำคัญในรายการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนทางทีวี จากการค้นคว้าอย่างเร่งด่วนของผม พบว่าเพิ่งเริ่มในปี 1992 นี้เอง กล่าวคือ เริ่มมีการจัดอันดับว่าละครสั้น “เสียวผิ่น” เรื่องใดได้รับความชื่นชอบมากที่สุด จากบรรดาละครสั้นนับร้อยเรื่องที่นำเสนอผ่านรายการพิเศษของสถานีช่องต่างๆในประเทศจีนช่วง 2-3 วันของปีใหม่ในแต่ละปี ดาราดังๆที่ประสบความสำเร็จได้รับความนิยมมากจนแจ้งสรุป 10 ข่าวเด่นเศรษฐกิจจีนรอบปี 2011
อย่างที่ได้ทิ้งท้ายเรียนท่านผู้อ่านไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วันนี้ผมจะขอนำเสนอสรุป 10 ข่าวเด่นทางเศรษฐกิจในช่วงปี2011ที่ผ่านมา ทั้งสิบอันดับที่จะนำเสนอนี้ ขอเรียนว่ามาจากแหล่งข่าวต่างๆของจีน ผมขออนุญาตจัดอันดับเอาเองตามที่เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ หรือจะว่าตามใจชอบของผมก็ได้ ท่านผู้อ่านอย่าถือสาหรือเอาไปอ้างอิงนะครับ หากประสงค์จะเอาไปอ้างอิงเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจหรือเอาไปทำรายงานส่งอาจารย์ ผมขอแนะนำให้เข้าไปดูการจัดอันดับ 10 ข่าวเศรษฐกิจเด่นปี2011ของสำนักข่าวเหรินหมิน หรือของซินหัว ก็ได้ ทั้งสองแหล่งนั้นจะเป็นทางการกว่า แต่ก็อย่างว่าแหละครับ นักวิจารณ์ทางเศรษฐกิจนานาชาติเขายังรู้สึกว่าสำนักข่าวทางการที่เป็นตัวแทนราชการจีน อาจจัดอันดับข่าวเด่นข่าวดังด้วยเหตุผลหลายอย่าง ไม่ใช่เพียงเพราะว่ามันเป็นเรื่องใหญ่จริงๆก็ได้ สำนักวิเคราะห์ตะวันตกส่วนใหญ่ก็ทำแบบที่ผมกำลังจะทำนี้แหละ คือจัดอันดับเอาเสียเองเลย ขอเข้าเรื่องเลยนะครับ![]() |
วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555
สรุปข่าวเด่นรอบปี
อันดับที่1ข่าวการประกาศใช้แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตามยุทธศาสตร์แผน 5 ปีฉบับที่12 (2011-2015) ซึ่งเน้นการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงานและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีคุณค่าสูงสุด นอกจากนั้นยังเป็นแผนพัฒนาที่มุ่งส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนในชนบท เพื่อลดช่องว่างระหว่างเมืองและชนบทให้น้อยลง กำหนดเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ร้อยละ 7ต่อปี ไม่ร้อนแรงเกินไปแต่ก็ยังสามารถขยายตัวได้อย่างยั่งยืน
อันดับที่3การพัฒนาการขยายตัวของอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรมในระบบเศรษฐกิจจีน อันเป็นผลมาจากมติที่ประชุมคณะกรรมการกลางของพรรคฯครั้งที่17เมื่อเดือนตุลาคม ให้ส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมด้านนี้อย่างเต็มที่ เพราะเชื่อมั่นว่ามีศักยภาพสูง
อันดับที่7ข่าวการยกระดับคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาความยากจนในชนบทของจีน ตามตัวเลขของทางการจีน อ้างว่าได้ดำเนินการตามแผนประสบความสำเร็จ ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปีของประชากรในชนบทกระโดดเพิ่มขึ้นเป็น 2,300หยวน สูงกว่าตัวเลขของปี2010ถึงร้อยละ80
อันดับที่9ข่าวความสำเร็จในการเนรมิตสร้างเมืองใหม่ เหวินชวน ทดแทนที่ถูกแผ่นดินไหวเสียหายไปหมดทั้งเมืองในมณฑลเสฉวน หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงผ่านไปครบสามปี รัฐบาลจีนแถลงว่าประสบความสำเร็จในการบูรณะพลิกฟื้นคืนชีวิตให้กับเมืองนี้ ใช้งบประมาณบูรณะไปทั้งสิ้น885.1พันล้านหยวน 












